ตำรวจบางพลีโชว์ผลงานจับกุมตัวหนุ่มหนองคายตะเวรก่อเหตุกระชากสร้อยเหยื่อวันเดียวรวด 3 ราย

 ตำรวจบางพลีโชว์ผลงานจับกุมตัวหนุ่มหนองคายตะเวรก่อเหตุกระชากสร้อยเหยื่อวันเดียวรวด 3 ราย


**** ภาพวงจรปิดริมถนนเทพารักษ์หน้าตลาดนัดเรือบิน ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ  เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 28 มีนาคม 2565 ที่ผ่านมา จับภาพคนร้ายชายหนึ่งคนสวมเสื้อ เสื้อสีดำกางเกงขาสั้น ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยีห้อยามาฮ่า สีเขียว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขับวนหาเหยื่อบริเวณดังกล่าว ก่อนจะขับวนเข้าไปด้านหลังของตลาดนัดเรือบินเพื่อก่อเหตุกระชากสร้อยคอทองคำ น้ำหนัก 1 บาท กับผู้เสียหายรายหนึ่งแต่ไม่ได้สร้อยคอไปจากนั้นได้ขับหลบหนีไป โดยมีภาพวงจรปิดที่ผู้เสียหายชี้ยืนยันตัวบุคคล กระทั่งเวลาประมาณ 20.30 น วันเดียวกัน คนร้ายย่ามใจขับขี่รถจักรยานยนต์คันเดิม ไปก่อเหตุซ้ำที่เอื้ออาทรเทพารักษ์ 3 คลองขุด ตำบลบางลพลีใหญ่ อำเภอบางพลี โดยครั้งนี้คนร้ายได้ทรัพย์สินเป็นสร้อยคอทองคำ หนัก 1 บาทไป โดยมีภาพวงจรปิดจับภาพได้ขณะขี่รถจักรยานยนต์ ประกบเหยื่อ และ ลงมือก่อเหตุ จากนั้นผ่านไปเพียงครึ่งชั่วโมง ตำรวจ สภ บางพลี ได้รับแจ้งเหตุอีกว่ามีคนร้ายก่อเหตุกระชากสร้อย ที่หน้าร้านจำหน่ายอุปกรณ์ทางการเกษตร ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามภายในซอยบางปลา 43 แล้วขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบเหยื่อก่อนจะลงมือกระชากสร้อยผู้เสียหายได้สร้อยคอทองคำไป จากเหตุการณ์ดังกล่าวทั้ง 3 เหตุการณ์ ฝ่ายสืบสวน สภ บางพลี ลงพื้นที่หาเบาะแสคนร้ายพบว่าทั้ง 3 เหตุการณ์คนร้ายเป็นคนเดียวกัน ด้านผู้กำกับ สภ.บางพลี จึงสั่งการระดมฝ่ายสืบสวน และตำรวจสายตรวจของ สภ บางพลี ออกไล่ล่าตัวคนร้ายรายนี้ให้ได้โดยเร็วเนื่องจากลงมือก่อเหตุ 3 ครั้งรวดในคืนวันเดียวกัน ถือเป็นการหยามกฎหมายและตำรวจของ สภ บางพลี  หลังจากเจ้าหน้าที่ออกหาเบาะแสไล่ล่าตัว และ แกะเส้นทางหลบหนีจากภาพวงจรปิดจนกระทั่งพบเส้นทางของคนร้ายขับมุ่งหน้าไปที่เอื้ออาทรเทพารักษ์ 3 ตึก 1 ฝ่ายสืบสวนจึงเฝ้าสังเกตการณ์จนกระทั่งชายที่ปรากฎตามภาพซึ่งเป็นชายตามที่ศาลจังหวัดสมุทรปราการอนุมัติหมายจับเมื่อวันที่ 29มีนาคมที่ ผ่านมา เจ้าหน้าที่รอจนชายคนดังกล่าวทราบชื่อภายหลังคือ นายสุพิศ หรืออาท เปล่งขำ อายุ 30 ปี ชาวจังหวัดหนองคาย ได้เดินออกจากตึกมาขึ้นรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุม ซึ่งเจ้าตัวยอมรับสารภาพว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และ ลงมือก่อเหตุจริง เจ้าหน้าที่จึงนำตัวไปค้นที่ห้องพักพร้อมของกลางเป็นเสื้อผ้ารองเท้าที่คนร้ายใช้ก่อเหตุจึงยึดของกลางและคุมตัวมาสอบปากคำ

**** ล่าสุดวันนี้ ( 30มีนาคม65 ) พ.ต.อ.วิโรจน์  ตัดโส ผกก สภ บางพลี พร้อมด้วย พ.ต.ท.พรชัย เทแก้ว รองผกก.สส. สภ.บางพลี พ.ต.ท.พิศาล กล่ำไพ สว.สส.สภ.บางพลี นำกำลังฝ่ายสืบสวนและสายตรวจร่วมกันคุมตัว นายสุพิศ ผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดเกิดเหตุ ซึ่งจุดแรกที่ด้านหลังของตลาดนัดเรือบิน จุดที่สองคือเอื้ออาทรเทพารักษ์ 3 จุดที่ 3 หน้าร้านขายสินค้าการเกษตร และ จุดที่ 4 ห้างทองในโรงรับจำนำย่านบางปลา จากนั้นคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อรวบรวมหลักฐานส่งฝากขังผลัดแรกยังศาลจังหวัดสมุทรปราการ 

**** พ.ต.อ. วิโรจน์  ตัดโส ผกก.สภ.บางพลี เปิดเผยว่า สำหรับคนร้ายรายนี้หลังก่อเหตุแบบไม่เกรงกลัวกฎหมายและมีการก่อเหตุต่อเนื่องในวันเดียวกันถึง 3 ราย ถือเป็นภัยสังคมจึงต้องเร่งติดตามจับกุมตัวให้ได้โดยเร็ว จนกระทั่งฝ่ายสืบสวนสามารถตามจับกุมตัวได้ที่ห้องพักดังกล่าว ซึ่งผู้ต้องหาได้ทรัพย์สินไปเป็นสร้อยคอทองคำรวมแล้วน้ำหนักบาทกว่า เนื่องจากสร้อยขาดขณะก่อเหตุ หลังได้สร้อยไปก็นำไปขายที่โรงรับจำนำได้เงินมากว่าสองหมื่นบาท อ้างว่าไม่มีเงินใช้ ตกงาน จึงลงมือก่อเหตุเพื่อหาเงินมาใช้จ่าย ซึ่งอ้างว่าก่อเหตุวันแรก และ ทำถึง 3 จริง  จากการตรวจสอบประวัติ






อาชญากรไม่พบประวัติเคยก่อเหตุ แต่ก็ยังไม่ปักใจเชื่อ จึงฝากประชาสัมพันธ์หากผู้เสียหายรายได้เคยถูกผู้ต้องหารายนี้พยามก่อเหตุหรือถูกก่อเหตุให้มาชี้ตัวที่ สภ บางพลี และ ฝากเตือนประชาชนที่ชอบใส่เครื่องประดับทรัพย์สินมีค่าต่าง ๆ ต้องเพิ่มความระมัดระวังตัวเนื่องจากปัจจุบันคนร้ายไม่เลือกเหยื่อหรือสถานทีในการลงมือ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกลางตลาดนั้นในชุมชนซึ่งมีผู้คนพุกพล่านทำให้เห็นว่าปัจจุบันคนร้ายไม่ได้เกรงกลัวต่อกฎหมายจึงอยากฝากเตือนประชาชนให้ระวังตัวมากขึ้น

*** ภาพ – ข่าว ก๊วก สมุทรปราการ ***  


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

มิสเตอร์เอทานอล”ชูนวัตกรรมผลิต“น้ำมันจากอากาศ”(Air-to-Fuel)

ผนึกกำลัง! สมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย ร่วมกับ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ปิดคดีสายฟ้าแลบ! ไม่ถึง 8 ชั่วโมง สืบ ตม.4 ร่วม สืบภาค 3 และสืบนครบาล รวบ 2 หนุ่มจีนปล้นทองโคราช แกะรอยจาก 'ก้นบุหรี่' จีน เป็นเบาะแสให้ ตร. ตามตะครุบคาเมืองกรุง"